การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยโรคเบาหวานผู้ป่วยโรคเบาหวานควรได้รับทราบข้อมูลที่ชัดเจนในความเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อในช่องปาก และผลเสียของการเกิดโรคปริทันต์ การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างน้อยต้องประกอบด้วย

 

1. ผู้ป่วยโรคเบาหวานพึงตระหนักว่า ตนเองมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องปากเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งโรคปริทันต์อักเสบ

2. การติดเชื้อในช่องปากอาจสามารถส่งผลเสียต่อชีวิตของผู้ที่เป็นโรคเบาหวานได้ ถ้าไม่ควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีอย่างสม่ำเสมอ

3.ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีอุบัติการณ์เกิดและความรุนแรงของโรคปริทันต์อักเสบมากกว่าคนปกติและถ้ามี ประวัติการเป็นโรคเบาหวานเรื้อรังมานาน จะยิ่งมีโอกาสมากขึ้น

4. โรคปริทันต์อักเสบอาจนำไปสู่การสูญเสียฟัน และเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอย่างหนึ่งของ โรคเบาหวาน แต่สามารถป้องกันได้

5. การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอช่วยทำให้การควบคุมโรคเบาหวานทำได้ดีขึ้น

6. มีความจำเป็นที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องแจ้งแก่ทันตแพทย์ที่ให้การรักษาทางทันตกรรมว่า มีโรค ประจำตัวคือโรคเบาหวาน

7. เนื่องจากโรคปริทันต์อักเสบมักไม่ค่อยแสดงอาการให้เห็น และการรักษาโรคปริทันต์อักเสบจะได้ผลดี ต้องรักษาตั้งแต่เริ่มเป็น ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องพบทันตแพทย์สม่ำเสมอ รวมทั้งต้องมีการดูแล สุขภาพช่องปากโดยทันตแพทย์และตนเองต้องให้ความร่วมมือด้วยเป็นอย่างดี

8. สาเหตุสำคัญของการติดเชื้อในช่องปากของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ได้แก่ โรคปริทันต์อักเสบ การป้องกันโรค โดยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การควบคุมระดับไขมันในเลือด การรักษาสุขภาพ อนามัยในช่องปาก และรับการตรวจอย่างสม่ำเสมอ เป็นแนวทางที่ผู้ป่วยควรให้ความสนใจและร่วมมือด้วย

9. การเลิกสูบบุหรี่มีผลดีต่อสุขภาพอนามัยในช่องปาก ยาสูบทุกชนิดเพิ่มความเสี่ยงของการเกิด โรคปริทันต์

10.การเป็นโรคปริทันต์ของผู้ป่วยโรคเบาหวานจะส่งผลให้ลดประสิทธิผลของยารักษาโรคเบาหวานได้

11.โรคปริทันต์อักเสบเป็นสาเหตุเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวานอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ โรคของหลอดเลือดหัวใจ และโรคเส้นโลหิตในสมองอุดตัน

12.ผู้หญิงที่ป่วยโรคเบาหวานและมีประวัติของการคลอดบุตรน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐานจากการคลอดก่อน กำหนด ควรได้รับความสนใจสุขภาพช่องปาก เพราะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคปริทันต์อักเสบมากขึ้น

 

 

ศูนย์ทันตกรรม
โรงพยาบาลเทพธารินทร์
02 348 7000 ต่อ 4113,4114