กรุณาดาวน์โหลดและติดตั้ง Flash Player version ล่าสุด เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์
กดที่นี่เพื่อทำการดาวน์โหลดและติดตั้ง

ประวัติโรงพยาบาล

โรงพยาบาลเทพธารินทร์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2528 โดย ศ.นพ.เทพ หิมะทองคำ ด้วยจุดประสงค์เพื่อสร้างต้นแบบการดูแลรักษาเบาหวานที่ครบวงจรขึ้นในประเทศไทย

ศ.นพ.เทพ จบการศึกษาแพทยศาสตร์ และมีโอกาสฝึกฝนเป็นแพทย์เฉพาะทางต่อมไร้ท่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีโอกาสได้เห็นและสัมผัสการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานที่ทันสมัย และได้เห้นการมีส่วนร่วมในการรักษาพยาบาลของผู้ป่วย พร้อมด้วยบุคลกรการแพทย์หลากหลายวิชาชีพ

Click for Enlargeเมื่อเดินทางกลับมาประเทศไทย ศ.นพ.เทพ เริ่มรับราชการเป็นอาจารย์แพทย์ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อ พ.ศ.2517 พยายามนำวิวัฒนาการทางการแพทย์ใหม่ๆ เข้ามาแนะนำให้เป็นที่รู้จัก เริ่มต้นด้วยการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฎิบัติการสำหรับฮอร์โมนต่างๆ และได้ก่อตั้งบริษัทรับบริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฎิบัติการขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย (บริษัทเรดิโออิมมูโนแอสเซย์ เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักในนาม บริษัท แลป พลัส วัน จำกัด) การก่อตั้งบริษัทครั้งนี้ส่งผลให้แพทย์ทั่วประเทศสามารถเข้าถึงบริการ และมีข้อมูลในการวินิจฉัยโรคได้แม่นยำ

Click for Enlargeนอกจากนั้น ศ.นพ.เทพ ได้พยายามริเริ่มสร้างทีมดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ทีมซึ่งประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล นักกำหนดอาหาร และเน้นการสอนผู้ป่วยให้รู้จักโรคและการดูแลตนเองที่ถูกต้อง ปัญหาที่ ศ.นพ.เทพ เผชิญสำหรับการทำงานชิ้นนี้ในสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลรัฐบาล คือ การขาดแคลนบุคลากร ความไม่พร้อมที่จะรับรู้ของผู้ป่วย และระยะของโรคที่รุนแรงแล้วเมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์

Click for Enlargeเมื่อเห็นว่าการพัฒนาทีมดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่สมบูรณ์ไม่สามารถเริ่มต้นได้ในภาครัฐบาล ในปี พ.ศ.2528 ศ.นพ.เทพ ตัดสินใจลาออกจากราชการ และก่อตั้ง “เทพธารินทร์ ศูนย์เบาหวานและธัยรอยด์” ขึ้น ด้วยจุดประสงค์เพื่อสร้างทีมงานต้นแบบขึ้น ทีมงานนี้จะเป็นทีมงานที่สถานพยาบาลอื่นๆ สามารถมาสังเกตการณ์และเรียนรู้ เพื่อนำวิธีการกลับไปปฏิบัติกับผู้ป่วยของตนได้

“เทพธารินทร์ ศูนย์เบาหวานและธัยรอยด์” ตั้งอยู่บนถนนพระรามที่ 4 เปิดตัวเป็นคลินิกเฉพาะทางเบาหวานและไทรอยด์ มีเตียงให้ผู้ป่วยได้พักค้างคืนจำนวน 8 เตียง จุดมุ่งหมายในการทำงานมี 3 ประการด้วยกัน คือ การให้บริการที่ดี การให้ความรู้ทั้งกับผู้ป่วยและบุคลากร และการวิจัย

ในด้านการสร้างบุคลากร ทีมดูแลผู้ป่วยเบาหวานทีมแรกของประเทศไทยถือกำเนิดขึ้นที่นี่ “ทีม” ในเวลานั้นประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อ พยาบาลผู้ทำหน้าที่ในการสอนผู้ป่วย และนักกำหนดอาหารผู้รับหน้าที่สอนผู้ป่วยเรื่องอาหาร การนำและฝึกฝนบุคลากรให้รู้จักการทำงานเป็นทีมทั้งหมดทำโดย ศ.นพ.เทพ

ปัญหาที่ทีมดูแลผู้ป่วยเผชิญในขณะนั้น คือ การยอมรับของผู้ป่วย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่เข้าใจความสำคัญของการเรียนรู้ ไม่เข้าใจความสำคัญของการมีส่วนร่วมของตนเองในการดูแลรักษาโรค และไม่ให้การยอมรับบุคลากรวิชาชีพอื่นนอกเหนือจากแพทย์ ปัญหานี้เบาบางลงมากแล้วในขณะนี้ แต่ต้องใช้เวลากว่า 20 ปี

ปัญหาอีกอย่างที่พบ คือ ความสามารถในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่มีโรคแทรกซ้อนระยะรุนแรง เนื่องจากเทพธารินทร์ในขณะนั้นเป็นเพียงแค่คลินิก ไม่มีบริการแพทย์ครบทุกสาขา ไม่มีบริการ 24 ชั่วโมง ซึ่งผู้ป่วยสามารถพึ่งพิงได้ ไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือครบครัน ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับความสะดวก นอกจากนั้นการที่ผู้ป่วยต้องเดินทางไปรับการรักษาจากสถานพยาบาลหลายแห่งนั้น ทำให้การดูแลรักษาขาดความต่อเนื่อง ข้อมูลของผู้ป่วยระหว่างแพทย์ไม่ลื่นไหล

Click for Enlargeในปี พ.ศ.2535 เทพธารินทร์จึงได้ขยายตัวออกเป็น “โรงพยาบาลเทพธารินทร์” ให้บริการ 24 ชั่วโมง มีอุปกรณ์และทีมแพทย์พร้อมให้บริการผู้ป่วยทุกประเภท และสามารถรับผู้ป่วยในได้เพิ่มขึ้นเป็น 80 เตียง จุดมุ่งหมายในการทำงานยังคง 3 ประการเดิมที่ตั้งไว้แต่แรกเริ่ม คือ การให้บริการที่ดีที่สุด การให้ความรู้ และการไม่ละทิ้งความก้าวหน้าทางด้านวิชาการและงานวิจัย

Click for Enlargeเมื่อขยายตัวขึ้นเป็นโรงพยาบาลเต็มรูปแบบ ทีมดูแลผู้ป่วยเบาหวานของเทพธารินทร์ได้ขยายตัวขึ้นด้วยเช่นกัน ในปัจจุบัน “ทีม” ประกอบด้วยบุคลากรสาขาต่างๆ จำนวนมากขึ้น และยังได้มีการขยายบริการใหม่ๆ สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เช่น การรักษาแผลด้วยการผ่าตัดต่อเส้นเลือด การรักษาแผลโดยเครื่องไฮเปอร์แบริก คลินิกสุขภาพเท้าซึ่งให้บริการป้องกันและดูแลสุขภาพเท้าอย่างครบวงจร เป็นต้น บุคลากรสาขาต่างๆ ที่ทำงานด้านเบาหวานที่เทพธารินทร์ ล้วนได้รับการฝึกฝนโดยบุคลากรของเทพธารินทร์เองทั้งสิ้น ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยนังไม่มีสถาบันใดซึ่งผลิตบุคลากรดังกล่าวออกมารองรับความต้องการ

การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยโดยการให้ข้อมูล คำแนะนำ และคำปรึกษา เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการช่วยให้ผู้ป่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เทพธารินทร์จึงได้ริเริ่มกิจกรรม “3C” ซึ่งได้แก่ Class หรือชั้นเรียน Club หรือชมรม และ Camp หรือการเข้าค่าย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 จากประสบการณ์เห็นชัดว่ากิจกรรมดังกล่าวสามารถช่วยให้ผู้ป่วยสามารถปรับพฤติกรรมที่จำเป็นสำหรับการควบคุมเบาหวานได้ดีขึ้น

สิ่งที่ทำให้เทพธารินทร์แตกต่างไปจากโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป คือ การมุ่งทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยเน้นหนักในเรื่องของการผลิตบุคลากรสำหรับดูแลผู้ป่วยเบาหวานและการให้ความรู้แก่บุคลากรการแพทย์และประชาชนทั่วไป นอกจากบุคลากรของโรงพยาบาลจะรับเชิญไปเป็นวิทยากรบรรยายความรู้แล้ว โรงพยาบาลเทพธารินทร์ยังรับเป็นสถานที่ดูงานและฝึกงานของนักศึกษาและบุคลากรจากสถาบันต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากภาครัฐ เช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้ฝึกอบรมบุคลากรในสังกัดอีกด้วย

สำหรับงานสาธารณประโยชน์ โรงพยาบาลเทพธารินทร์มีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มจำนวนทีมเบาหวานให้เกิดขึ้นทั่วประเทศไทย เพื่อประชาชนสามารถเข้าถึงการบริการดูแลเบาหวานแบบเป็นทีมไม่ว่าจะอยู่ที่ใดของประเทศ โรงพยาบาลเทพธารินทร์กระตุ้น ผลักดัน และดำเนินการให้เกิดการรวมตัวของบุคลากรผู้ทำงานกับผู้ป่วยเบาหวาน เกิดการทำงานเป็นทีม และการผลิตบุคลากรมาเสริมทีมเบาหวานอย่างเป็นระบบ

  • เป็นแกนนำในการก่อตั้งและดำเนินงาน “ชมรมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน” ในปี พ.ศ.2541 ซึ่งต่อมาได้ยกสถานะขึ้นเป็น “สมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน” หนึ่งในกิจกรรมที่สมาคมฯ ดำเนินการมาโดยตลอด คือ การจัดการฝึกอบรมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวานหลักสูตรระยะสั้น
  • ให้การสนับสนุนและฝึกสอนนักศึกษาสาขาการกำหนดอาหาร ระดับปริญญาโท ของสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • จุดประกายให้เกิดหลักสูตรการผลิตนักกำหนดอาหารระดับปริญญาตรี ที่คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ร่วมเป็นแรงผลักดันกับสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย ให้วิชาชีพนักกำหนดอาหารเป็นวิชาชีพที่ได้รับการรับรอง เพื่อสร้างมาตรฐานและให้แสดงให้เห็นความสำคัญกับวิชาชีพนี้

Click for Enlargeปัจจุบันขอบเขตการทำงานของทีมเบาหวานที่เทพธารินทร์กว้างขึ้น ครอบคลุมเรื่องการทำรองเท้าและการออกกำลังกาย สมาชิกของทีมเบาหวานเทพธารินทร์วันนี้รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเท้าและรองเท้า และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย อีกด้วย

 

 

Click for Enlargeในปี พ.ศ.2550 โรงพยาบาลเทพธารินทร์ขยายการดำเนินงานสู่แนวคิด “บริการสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตและการป้องกันโรค” และขยายพื้นที่การทำงานสู่อาคาร Lifestyle Building ขนาด 20 ชั้น นอกเหนือจากบริการทางการแพทย์แล้ว ยังมีบริการสถานออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ สปา ศูนย์ประชุม ห้องพัก และห้องอาหาร เพื่อสนับสนุนให้การจัดบริการต่างๆ ที่จะทำให้วิถีชีวิตประจำวันของผู้ใช้บริการเป็นวิถีชีวิตที่จะส่งเสริมสุขภาพเกิดขึ้นได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ อีกทั้งเพื่อรองรับการกิจกรรมการฝึกอบรมเพื่อขยายจำนวนทีมเบาหวานให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ

 

Click for Enlarge Click for Enlarge