รู้รอบเทพธารินทร์

รู้รอบเทพธารินทร์

โรงพยาบาลเทพธารินทร์ คือ โรงพยาบาลเอกชนที่มิได้มีเป้าหมายสูงสุดในการทำกำไร แต่เป็นการดำเนินธุรกิจให้ตนเองอยู่รอด และสามารถมีกำลัง มีความยืดหยุ่น ที่จะสามารถเดินตามวิสัยทัศน์ในการทำงานสาธารณประโยชน์ตามกรอบของความเชี่ยวชาญและจุดประสงค์ของการก่อตั้งองค์กร

กรอบความเชี่ยวชาญพิเศษที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์เป็นผู้บุกเบิก ทดลอง และเรียนรู้จากประสบการณ์ตนเอง คือ เบาหวาน ไทรอยด์ และการป้องกันโรค และวิธีการดำเนินงานสาธารณประโยชน์ของโรงพยาบาลเทพธารินทร์ คือการนำประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมานั้น ถ่ายทอดให้กับทีมงานการแพทย์อื่นๆ ทั่วประเทศ เป็นวิธีการทำงานที่หน่วยงานเล็กๆ เช่นโรงพยาบาลเทพธารินทร์สามารถส่งประโยชน์ได้ถึงประชากรไทยจำนวนมากที่กระจายอยู่ในพื้นที่และสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้

 

กำเนิดเทพธารินทร์
หลังจากเรียนจบแพทย์อายุรกรรมต่อมไร้ท่อจากประเทศสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2517 แล้ว ศ.เกียรติคุณ นพ.เทพ หิมะทองคำ ตัดสินในเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อเริ่มต้นใช้การศึกษาและประสบการณ์ที่ได้รับตลอด 14 ปีที่อยู่ต่างประเทศ มาพัฒนางานการแพทย์ของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายในการยกระดับการดูแลผู้เป็นเบาหวานของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับที่ได้สัมผัสมาในต่างประเทศ มีการเสริมพลังความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ ให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถดูแลตนเองได้

หลังจากรับราชการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นเวลา 10 ปี ศ.นพ.เทพ ตัดสินใจลาออกเพื่อก่อตั้ง “เทพธารินทร์ ศูนย์เบาหวานและธัยรอยด์” ในปี พ.ศ.2528 เนื่องจากเห็นว่าการที่จะผลักดันให้เกิดทีมงานเบาหวานต้นแบบได้นั้น จะต้องหล่อหลอมให้เกิดสภาพแวดล้อมของการทำงานที่เอื้ออำนวย ซึ่งจะเป็นไปได้ยากในองค์กรภาครัฐและขนาดใหญ่

 

สร้างต้นแบบทีมสหสาขาวิชาชีพ
ประสบการณ์ทำงานในต่างประเทศช่วยให้ ศ.นพ.เทพ เข้าใจว่าการดูแลคนไข้เบาหวานอย่างยั่งยืนต้องประกอบด้วยการช่วยให้คนไข้สามารถดูแลตนเองได้ และแพทย์ต้องอาศัยทีมงานสหสาขาวิชาชีพที่จะช่วยทำงานการสอนและกระตุ้นให้คนไข้ดูแลตัวเองได้สำเร็จ

ที่เทพธารินทร์ ศ.นพ.เทพ ได้เริ่มต้นสร้างทีมเบาหวานขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ทีมประกอบด้วยพยาบาลผู้ทำหน้าที่ให้ความรู้โรคเบาหวาน นักกำหนดอาหาร และมีแพทย์เบาหวานเป็นผู้นำทีมและเป็นตัวกลางประสานงานกับแพทย์หลากหลายสาขาที่ดูคนไข้คนเดียวกันนี้อยู่ ต่อมาทีมนี้จึงได้เติบโตขึ้นและดูแลคนไข้ได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น มีผู้เชี่ยวชาญการดูแลเท้า ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย รวมถึงทันตแพทย์ มาร่วมทีม

เมื่อครั้งเริ่มก่อตั้งเทพธารินทร์ การทำงานแบบทีมสหสาขาวิชาชีพไม่เป็นที่ต้องการของคนไข้และไม่เป็นที่รู้จักของบุคลากรการแพทย์ รวมถึงประเทศไทยยังไม่มีโรงเรียนผลิตบุคลากรเหล่านี้ออกมา การทำให้คนไข้ต้องการบริการและการสร้างบุคลากรมาเสริมทีมจึงเป็นเรื่องลำบาก ปัจจุบันการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพที่มีทีมเทพธารินทร์เป็นต้นแบบ ได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการจากทั้งบุคลากรการแพทย์และคนไข้

 

สร้างต้นแบบการให้ความรู้ผ่านกิจกรรม
เป้าหมายของการดูแลเบาหวานคือการส่งเสริมให้คนไข้ดูแลตัวเองได้ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน ควบคุมเบาหวานได้ดี ไม่เกิดโรคแทรกซ้อน ประสบการณ์ของเทพธารินทร์สอนให้รู้ว่าการสอนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เราบรรลุเป้าหมายนี้ได้ ทีมงานเทพธารินทร์จึงสร้างต้นแบบการให้ความรู้ผ่านกิจกรรม ซึ่งเรียกว่ากิจกรรม 3C ได้แก่ Class, Club, Camp

Class   คือ ชั้นเรียนเบาหวาน

Club  คือ ชมรมของคนไข้เบาหวาน

Camp  คือ ค่ายเบาหวาน

ระหว่างปี 2549-2551 ทีมงานเทพธารินทร์ได้มีโอกาสถ่ายทอดแนวคิดการให้ความรู้ผ่านกิจกรรมนี้แก่บุคลากรการแพทย์จากทั่วประเทศกว่า 1,000 คน ด้วยการสนับสนุนของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ส่งผลให้เกิดกิจกรรมค่ายเบาหวานขึ้นทั่วประเทศไทย และแนวคิดการให้ความรู้ผ่านกิจกรรมเพื่อดูแลเบาหวานเป็นที่แพร่หลาย

 

จากป้องกันโรคแทรกซ้อนเบาหวาน สู่ป้องกันโรคเบาหวาน
ในปีก่อตั้ง พ.ศ.2528 เป้าหมายการทำงานของโรงพยาบาลเทพธารินทร์อยู่ที่การป้องกันโรคแทรกซ้อนและความพิการเนื่องมาจากเบาหวาน ต่อมาในปี พ.ศ.2545 เมื่อเริ่มมีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าตัวโรคเบาหวานเองสามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนการกินอยู่ชีวิตประจำวัน หรือ ไลฟ์สไตล์ โรงพยาบาลเทพธารินทร์จึงขยายขอบข่ายการทำงานไปครอบคลุมการป้องกันโรคเบาหวานพร้อมๆ กับการพัฒนาการรักษา

การก้าวข้ามจากงานการรักษาสู่งานป้องกัน คือการก้าวข้ามจากการเป็นโรงพยาบาลรักษาคนที่ป่วยแล้วไปเป็นโรงพยาบาลที่ดูแลคนไม่ให้ป่วย และในปี พ.ศ.2548 อาคารไลฟ์สไตล์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการสร้างสรรค์งานการป้องกัน โดยมุ่งหวังให้อาคารนี้บรรจุบริการต่างๆ ที่จะช่วยให้ผู้มาเยือนมีไลฟ์สไตล์ที่จะช่วยให้ห่างไกลโรคมากขึ้น บริการเหล่านี้มีชื่อรวมเรียกว่า “BEMO” ย่อมาจาก Behavior Modification

แม้ปัจจุบันนี้ศาสตร์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อการป้องกันโรคยังเป็นเรื่องที่ไม่มีใครทราบวิธีการที่ได้ผลชัดเจน แต่ทีมงาน BEMO ของโรงพยาบาลเทพธารินทร์ได้รับการติดต่อจากสถานพยาบาลมากมาย ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการ BEMO ของเรา

 

ต้นแบบการวินิจฉัยไทรอยด์ที่แม่นยำ และรักษาครบวงจร
การวิเคราะห์แลปฮอร์โมนไทรอยด์ในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ศ.นพ.เทพ สอนให้นักเทคนิคการแพทย์ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีรู้จักวิธีการ Radioimmunoassay และสอนให้นักศึกษาแพทย์รู้จักวิธีการแปลผลระดับฮอร์โมนเพื่อประกอบการวินิจฉัยโรคไทรอยด์ เมื่อปี พ.ศ.2520 และก่อตั้ง บ.อาร์ไอเอ เรดิโออิมมูโนแอสเซย์ เซ็นเตอร์ จำกัด (ปัจจุบันชื่อ บ.แลปพลัสวัน จำกัด) ซึ่งเป็นหน่วยงานเอกชนที่ให้บริการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2525 เพื่อให้บริการวิเคราะห์ระดับฮอร์โมนแก่นักเรียนแพทย์ที่จบออกไปทำงานนอกโรงพยาบาลรามาธิบดี

เมื่อโรงพยาบาลเทพธารินทร์เปิดดำเนินการเป็นศูนย์ไทรอยด์แห่งแรกของประเทศไทย บ.แลปพลัสวัน ได้ย้ายสถานที่เข้ามาอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน และให้บริการตรวจวิเคราะห์ฮอร์โมนของโรงพยาบาลเทพธารินทร์ทั้งหมด โรงพยาบาลเทพธารินทร์จึงเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งเดียวที่ให้บริการรักษาที่ครบวงจร ทั้งการรักษาด้วยยา รักษาด้วยการกลืนแร่ไอโอดีน 131 รักษาด้วยการฉีดแอลกอฮอล์ และการผ่าตัด โดยทั้งหมดมีแพทย์ไทรอยด์ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับการรักษาไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยวิธีใดก็ตาม ส่งผลให้การรักษาเป็นไปอย่างองค์รวม วิวัฒนาการการรักษาที่ทันสมัยช่วยให้คนไข้สามารถหลีกเลี่ยงการผ่าตัดไทรอยด์ ปัจจุบันทีมแพทย์ที่เทพธารินทร์เลือกใช้วิธีการผ่าตัดเฉพาะกับกรณีมะเร็งไทรอยด์เท่านั้น

บ.แลปพลัสวัน และ โรงพยาบาลเทพธารินทร์ เป็นสถานที่ดูงาน เรียนรู้งานคลินิกเรื่องไทรอยด์สำหรับนักศึกษาเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล มายาวนานต่อเนื่องกว่า 30 ปี

 

ลดตัดขาให้คนไทย
เริ่มต้นในปี พ.ศ.2550 โรงพยาบาลเทพธารินทร์ได้รับทุนจาก World Diabetes Foundation ประเทศเดนมาร์ค เพื่อทำการฝึกอบรมบุคลากรการแพทย์เรื่องการดูแลและรักษาเท้าเบาหวาน ขณะนั้นการดูแลสุขภาพเท้ายังไม่ได้รับความสนใจมากนัก การอบรมจึงนับเป็นก้าวแรกของประเทศไทยในการกระตุ้นให้วงการสาธารณสุขเกิดความตระหนักเกี่ยวกับสุขภาพเท้า

เริ่มต้นในปี พ.ศ.2556 ได้รับความไว้วางใจจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้ร่วมทำงานวางแผนลดอัตราการตัดขาเนื่องจากเบาหวาน โดยโรงพยาบาลเทพธารินทร์รับบทบาทหลักในการจัดอบรมบุคลากรเรื่องการดูแลสุขภาพเท้า

ปัจจุบันโรงพยาบาลเทพธารินทร์ถือได้ว่าเป็นครูสอนเรื่องการดูแลเท้าของประเทศไทย มีบุคลากรการแพทย์จากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย ทั่วประเทศเข้าอบรมเรื่องการดูแลสุขภาพเท้ากับทีมงานเทพธารินทร์แล้วกว่า 2,500 คน การทำงานของบุคลากรเหล่านี้ส่งผลให้ประชากรไทยได้รับการดูแลสุขภาพเท้าที่มีมาตรฐานสูงขึ้นเรื่อยๆ อัตราการตัดขาลดลงแล้วอย่างมาก

 

สุขภาพเท้าของผู้เป็นเบาหวานไทย ได้รับการดูแลที่ดีขึ้น

 

สร้างนักกำหนดอาหาร
นักกำหนดอาหาร คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนำอาหารมาใช้เพื่อรักษาโรคและพัฒนาสุขภาพ เป็นวิชาขีพสำคัญวิชาชีพหนึ่งในต้นแบบทีมเบาหวานที่ ศ.นพ.เทพ พยายามสร้าง เมื่อครั้งก่อตั้งเทพธารินทร์ในปี พ.ศ.2528 นักกำหนดอาหารยังไม่เป็นที่รู้จักในประเทศไทยและยังไม่การผลิตบุคลากรออกมาทำหน้าที่นี้

โรงพยาบาลเทพธารินทร์ เป็นสถานที่แรกในประเทศไทยที่นำบทบาทของอาหารเข้ามาร่วมอยู่ในทีมรักษาทางการแพทย์ เป็นสถานที่แรกในประเทศไทยที่มีความต้องการใช้งานวิชาชีพนักกำหนดอาหาร ในยุคต้นของเทพธารินทร์ เราใช้วิธีการฝึกฝนนักโภชนาการให้มีความชำนาญด้านคลินิกเพิ่มมากขึ้น และฝึกฝนแพทย์ให้รู้จักและยอมรับบทบาทของนักกำหนดอาหาร

เริ่มต้นในปี พ.ศ.2544 หลักสูตรโภชนาการและการกำหนดอาหาร ระดับปริญญาโท ถือกำเนิดขึ้นที่สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และหลักสูตรระดับปริญญาตรีถือกำเนิดขึ้นที่คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่งผลให้ประเทศไทยเกิดการผลิตนักกำหนดอาหารเพื่อมาเสริมทีมเบาหวาน ป้องกันคนไข้เบาหวานจากโรคแทรกซ้อนและความพิการ โรงพยาบาลเทพธารินทร์มีความภูมิใจที่เป็นหนึ่งหน่วยงานซึ่งจุดประกายความต้องการนักกำหนดอาหารของสังคมจนกระทั่งเกิดเป็นการผลิตนักกำหนดอาหารอย่างเป็นระบบในหลายมหาวิทยาลัย

โรงพยาบาลเทพธารินทร์ให้การสนับสนุนการผลิตนักกำหนดอาหารผ่านการเป็นครู การให้ทุนการศึกษา และการเป็นสถานที่ฝึกงาน ปัจจุบันโรงพยาบาลเทพธารินทร์มีสัญญาความร่วมมือในการผลิตนักกำหนดอาหารกับมหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยพะเยา อีกทั้งยังทำงานร่วมกับสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ และ สมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย ในการผลักดันให้วิชาชีพนักกำหนดอาหารเป็นวิชาชีพที่มีการรับรองจากกองประกอบโรคศิลปะ

 ศ.นพ.เทพ หิมะทองคำ รับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ.2549

 

มูลนิธิเพื่อพัฒนาการบริบาลผู้ป่วยเบาหวาน สร้างบุคลากรพัฒนาสุขภาพประชาชนไทย
ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 2 มีนาคม 2544 โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.เทพ หิมะทองคำ ทำงานในบทบาทขององค์กรสาธารณประโยชน์ ประสานงานกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อยกระดับการดูแลเบาหวานของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การป้องกันไปถึงการรักษา โดยให้ความสำคัญกับการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพของบุคลากรการแพทย์ และเน้นการส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ ความสามารถ และความต้องการที่จะดูแลตนเอง

มูลนิธิฯ มุ่งทำงานเพื่อยกระดับการดูแลเบาหวานของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ด้วยการนำต้นแบบการทำงานของโรงพยาบาลเทพธารินทร์ เผยแพร่และสนับสนุนให้กลุ่มองค์กรหรือบุคลากรผู้ทำงานดูแลและป้องกันเบาหวาน สามารถนำต้นแบบนั้นไปปรับใช้ในรูปแบบที่เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่และชุมชน

  • ได้รับทุนสนับสนุนเพื่อทำงานด้านการป้องกันเบาหวานและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการดูแลเท้าจาก World Diabetes Foundation มาต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2550
  • ร่วมเป็นภาคีในการวางแผนงานและปฏิบัติงานพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการดูแลเท้าเพื่อลดอัตราการตัดขาจากโรคเบาหวาน ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2555
  • โรงพยาบาลเทพธารินทร์ สถาบันต้นแบบการทำงานดูแลเบาหวาน ได้รับการคัดเลือกเป็น Diabetes Excellence Center เพื่อการพัฒนาบุคลากรโดย World Diabetes Foundation ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 และคลินิกสุขภาพเท้า โรงพยาบาลเทพธารินทร์ ได้รับการรับรองมาตรฐานโดย International Diabetes Federation ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 

ศ.นพ.เทพ หิมะทองคำ รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อ พ.ศ.2558

 

วิชาการสู่คนไข้ บริการคนไข้สู่วิชาการ
โรงพยาบาลเทพธารินทร์ดำเนินงานด้วยหลักวิชาการ ติดตามงานวิจัยทางการแพทย์เพื่อนำมาปรับกระบวนการทำงานให้ผู้มารับบริการได้ประโยชน์สูงสุดจากความรู้ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งสังเคราะห์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการดูแลคนไข้เบาหวานและไทรอยด์มายาวนาน เพื่อนำประสบการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเทพธารินทร์สู่การเรียนรู้ของวงวิชาการแพทย์ต่อไป

วิชาการสู่คนไข้ – ระดับน้ำตาลหลังอาหาร

แนะนำตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหาร เพื่อสามารถพบความเสี่ยงเบาหวานได้เร็ว

วิชาการสู่คนไข้ - Oral Glucose Tolerance Test (OGTT)

แนะนำตรวจ OGTT เมื่อพบระดับน้ำตาลในเลือดเริ่มสูง เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงเบาหวานแต่เนิ่น เริ่มต้นสร้างความตระหนักพร้อมให้คำแนะนำและการรักษาแต่เนิ่น 

บริการคนไข้สู่วิชาการ - Theptarin Diabetes Staging

แบ่งคนไข้เบาหวานออกเป็น 5 ระดับ เพื่อวางแผนการรักษาและให้ความรู้ที่เหมาะสม พร้อมสามารถติดตามผลการยับยั้งการดำเนินของโรคอย่างเป็นระบบ

บริการคนไข้สู่วิชาการ - แพทย์และนักกำหนดอาหาร นำเสนอผลงานที่การประชุมนานาชาติ

 

ได้รับการยอมรับเป็นต้นแบบให้นานาชาติ
เดิมทีโรงพยาบาลเทพธารินทร์มุ่งผลักดันให้ต้นแบบการดูแลเบาหวานแบบทีมสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงการดูแลเท้าและการป้องกันโรค ได้รับการยอมรับและนำไปใช้เพื่อการบริการประชาชนในประเทศไทยเท่านั้น แต่เมื่อเริ่มมีทีมงานจากประเทศต่างๆ เข้ามาเยี่ยมเยือนและสัมผัสสิ่งที่เทพธารินทร์ทำ ต้นแบบที่เทพธารินทร์สร้างขึ้นเริ่มได้รับการยอมรับในต่างประเทศ ปัจจุบันเทพธารินทร์ได้รับการแต่งตั้งจาก World Diabetes Foundation ให้เป็นสถาบันเพื่อการเรียนรู้เรื่องการดูแลเบาหวานสำหรับบุคลากรการแพทย์จากนานาประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ ลาว ภูฏาน เปรู จาเมก้า มัลดีฟ เป็นต้น นอกจากนั้นสมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศอินโดนีเซียยังส่งอายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2546