คลินิคเวชศาสตร์ ความดันบรรยากาศสูง

"เพิ่มทางเลือกในการรักษาด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100%"

การรักษาด้วยออกซิเจน แรงดันบรรยากาศสูง
(Hyperbaric Oxygen Therapy : HBOT)

เป็นวิธีการรักษาโดยให้ผู้ป่วยหายใจด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100 % ภายใต้สภาพแรงดันบรรยากาศที่มากกว่าบรรยากาศปกติ ภายในห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูง (Hyperbaric chamber) ตามระยะเวลาที่กำหนด ช่วยทำให้ออกซิเจนสามารถละลายในพลาสมาสูงกว่าปกติหลายเท่า ส่งผลทำให้เกิดประโยชน์กับภาวะพร่องออกซิเจนต่างๆ

ผลของออกซิเจนแรงดันสูงที่เกิดกับร่างกาย

ผลจากแรงดัน จะทำให้ฟองอากาศในเลือดและเนื้อเยื่อต่างๆซึ่งเกิดจากการดำน้ำมีขนาดเล็กลง
ผลจากปริมาณออกซิเจนในขนาดสูง จะส่งผลทั้งต่อทางตรงและทางอ้อม ดังนี้
 - ช่วยให้ร่างกายมีปริมาณออกซิเจนที่เพียงพอต่อความต้องการ และแก้ไขภาวะเนื้อเยื่อขาดออกซิเจนได้
 - มีผลต่อการหดตัวของหลอดเลือด ช่วยลดการบวมของเนื้อเยื่อ
 - เสริมสร้างการสร้างเนื้อเยื่อในกระบวนการหายของแผล
 - กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอยขึ้นใหม่ โดยเฉพาะบริเวณที่ขาดออกซิเจน ทำให้การหายของแผลเป็นไปด้วยดี
 - ส่งเสริมการทำลายเชื้อโรค ได้แก่ ช่วยการยับยั้งเชื้อโดยเฉพาะเชื้อที่ไม่พึ่งออกซิเจน เสริมฤทธิ์การทำงานของยาปฏิชีวนะ ส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว และช่วยยับยั้งสารพิษที่ผลิตโดยแบคทีเรีย

ข้อบ่งชี้ในการรักษาตามการรับรองของ Undersea and Hyperbaric Midicine Society (UHMS)
1.  โรคจากการลดความกดอากาศ (Decompression sickness) ซึ่งเกิดจากการดำน้ำ
2.  ภาวะฟองก๊าซอุดตันหลอดเลือดแดง (Aterial or gas embolism)
3.  พิษจากก๊าซคาร์บอนมอนน๊อกไซด์ (Carbon monoxide poisoning)
4.  การติดเชื้อรุนแรง Gas gangrene ของเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อจากเชื้อคลอสตริเดียม(Clostridial myositis and myonecrosis)
5.  การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อที่โดนบดขยี้( Crush injury , Compartment syndrome and Other acute traumatic ischemias)
6.  การขาดการไหลเวียนของเลือดแดง (Arterial insufficiency) เช่น
    * แผลหายยาก (Enhancement of healing in selected problem wounds)
    * เส้นเลือดลูกตาตีบตัน (Central retinal artery occlusion)
7.  การสูญเสียเลือด หรือภาวะเลือดจาง (Exceptional blood loss anemia)
8.  ฝีในสมอง (Intracranial abscess)
9.  การติดเชื้ออย่างรุนแรงของเนื้อเยื่ออ่อน (Necrotizing soft tissue infection)
10. การติดเชื้อของกระดูกที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาพื้นฐาน (Refractory osteomyelitis)
11. เนื้อเยื่ออ่อนตายจากการฉายรังสี(Delayed radiation injury)
12. การปลูกถ่ายผิวหนังและเนื้อเยื่อที่เสี่ยงต่อการล้มเหลว (Compromised grafts and flaps)
13. แผลไหม้ (Acute thermal burn injury)
14. การสูญเสียการได้ยิน (Idiopathic sudden sensorineural hearing loss)


ทั้งนี้ยังมีภาวะที่ได้ประโยชน์จากการที่มีปริมาณออกซิเจนละลายอยู่ในเลือดมากขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในการประเมินก่อนรับการรักษา และมีการประเมินความก้าวหน้าของผลการรักษาเป็นระยะๆ เช่น ภาวะบาดเจ็บทางสมอง (Traumatic brain injury)การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา (Sport injuries) ออทิสติก (Autistic) ไมเกรน การลดบวมหลังทำศัลยกรรมตกแต่ง และการบำบัดภายหลังร่างกายอ่อนล้าจากสาเหตุต่างๆ เป็นต้น

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษา

- ผู้ป่วยน้อยรายที่ปรับสมดุลในหูลำบาก อาจได้รับบาดเจ็บของเยื่อเเก้วหูจากแรงดันได้
- อาจพบทำให้ระดับสายตาสั้นลง แต่จะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น และจะหายได้เองในเวลา 2 - 3 เดือน
- ผู้ป่วยโรคปอดหรือบาดเจ็บที่ปอด อาจเกิดอันตรายขึ้นจากการขยายตัวของอากาศในช่องเยื่อหุ้มปอดได้

ซึ่งก่อนเข้ารับการรักษาด้วยออกซิเจนแรงดันสูง จะได้รับการประเมินและตรวจรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกครั้ง ศูนย์เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง โรงพยาบาลเทพธารินทร์ให้บริการด้วยห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูงชนิดคนเดียว (Monoplace hyperbaric chamber) ที่ทันสมัยและมีความปลอดภัยสูง ใช้ระยะเวลารักษา 1-2 ชั่วโมง จำนวนครั้งในการรักษาจะขึ้นอยู่กับสภาวะการเจ็บป่วยและข้อบ่งชี้ ซึ่งจะมีพยาบาล/เจ้าหน้าที่ คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดระยะการรักษา มีความสะดวกสบายและเป็นส่วนตัว สามารถพักผ่อนหรือเพลิดเพลิน กับรายการโทรทัศน์ หรือฟังเพลง ภายใต้บรรยากาศที่สวยงาม โรงพยาบาลเทพธารินทร์ ดูแลโดยทีมแพทย์และพยาบาลที่ชำนาญและมีประสบการณ์ในการรักษาแผลเรื้อรังโดยเฉพาะแผลเบาหวาน ช่วยลดอัตราการถูกตัดขาในผู้เป็นเบาหวาน.

 

 

ข้อแนะนำการตรวจรักษาด้วยออกซิเจนแรงดันบรรยากาศสูง

ผู้เข้ารับการรักษาจะได้รับการตรวจประเมินความพร้อมทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษาเกิดความพร้อม ความปลอดภัย และสามารถเข้ารับการรักษาได้ครบตามที่กำหนดไว้

ขั้นตอนการตรวจ

- ทำประวัติ และดำเนินการคัดกรองเบื้องต้นจากพยาบาล
- ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และรับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- พยาบาล แนะนำการเตรียมตัวและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องระหว่างการรักษา
- แจ้งค่าใช้จ่ายในการรักษา
- ทำการนัดหมาย วันและเวลาในการเข้ารับการรักษา กรณีขอเลื่อนนัด กรุณาแจ้งล่วงหน้า 1 วัน

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา

- ควรทำความสะอาดร่างกาย สระผมให้สะอาดไม่มีคราบมัน
- งดการแต่งหน้า การทาโลชั่น ทุกชนิด
- ผู้ป่วยที่มีแผลควรได้รับการทำความสะอาดแผลก่อน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อและกลิ่น
  ภายในห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูง
- พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่มีอาการอ่อนเพลีย ท้องเสีย หรือภูมิแพ้ และไม่มีไข้
- รับประทานอาหารได้ตามปกติ งดดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- รับประทานยาตามแพทย์สั่งได้ตามปกติ
- งดสูบบุหรี่ เนื่องจากสารนิโคตินในบุหรี่จะรบกวนการนำออกซิเจนของร่างกาย
- ในผู้ป่วยเบาหวานควรมีระดับน้ำตาลในเลือด 120-300 mg/dl ในกรณีที่ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 120mg/dl ควรได้รับการแก้ไขด้วยน้ำตาลและตรวจประเมินซ้ำ
- ถอนคอนแทคเลนส์ เพื่อป้องกันการบีบกดลูกตา
- ฟันปลอมชนิดถอดออกได้ ให้ถอดออกเพื่อป้องกันการอุดกั้นทางเดินหายใจ ในกรณีที่มีอาการชักเกร็ง
- ถ้ามีการทาสีเล็บ ย้อมสีผม ต้องทำมานานเกิน 24 ชั่วโมง
- ผู้ป่วยที่เจาะเยื่อเเก้วหูและใส่ท่อระบาย(myringotomy) ควรระวังเรื่องน้ำเข้าหู
- หมั่นฝึกเทคนิคการปรับความดันช่องหูชั้นกลางให้คล่องก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อช่วยลดอาการปวดหู เนื่องจากการรักษาด้วยออกซิเจนแรงดันบรรยากาศสูง เป็นสภาวะที่มีความดันบรรยากาศ และออกซิเจนที่สูง ซึ่งจะเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องจำกัดวัสดุที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง ดังนี้
- วัตถุที่ทำให้เกิดประกายไฟ การลุกไหม้ ความร้อน หรือไฟฟ้าสถิต เช่น ไฟแช็ก ,ไม้ขีดไฟ, แบตเตอรี่, บุหรี่ โทรศัพท์มือถือ, เครื่องช่วยฟัง
- เครื่องสำอาง เช่น ลิปสติก, น้ำหอม, โลชั่น, แป้ง, เจลใส่ผม
- เครื่องประดับต่างๆ นาฬิกา แว่นตา

ดังนั้นการเข้าห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูงจึงไม่ควรนำสิ่งของใดๆเข้าไปด้วย และใส่เสื้อผ้าที่โรงพยาบาลจัดเตรียมให้เท่านั้น

การปฏิบัติขณะเข้ารับการรักษาในห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูง

- ขณะทำการปรับเพิ่มแรงดันบรรยากาศ จะมีอาการหูอื้อและรู้สึกตึงๆที่หู ให้เริ่มทำตามเทคนิคการปรับความดันในช่องหู ควรทำเป็นจังหวะสม่ำเสมอ จนกว่าจะถึงความดันที่กำหนดใช้ในการรักษา
- จะรู้สึกอากาศภายในอุ่นขึ้นเล็กน้อย มีเสียงไหลของอากาศเบาๆ
- สามารถพลิกตะเเคงตัว ขยับแขน-ขาได้ตามปกติ
- เมื่อครบเวลาที่กำหนด จะเริ่มลดแรงดันเพื่อกลับไปที่บรรยากาศปกติ ในระหว่างนี้ไม่ต้องทำการปรับความดันในช่องหู เพียงหายใจเข้า-ออกตามปกติ จะได้ยินเสียงดังเบาๆภายในหู และอากาศภายในจะเย็นลง
- ถ้ารู้สึกมีอาการผิดปกติ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเครื่องทันที

การปฏิบัติภายหลังการรักษา

- ควรงดเดินทางโดยเครื่องบินหรือการเดินทางไปที่สูง เช่น ภูเขา ในช่วงระยะเวลา 24 ชั่วโมงแรกภายหลังการรักษา ส่วนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาอาการเจ็บป่วยจากการดำน้ำ ควรงดเดินทางในกรณีดังกล่าว ในช่วงระยะเวลา 72 ชั่วโมงแรกภายหลังการรักษา
- สามารถทำกิจวัตรประจำวันอื่นๆได้ตามปกติ

เทคนิคในการปรับความดันช่องหูชั้นกลาง

การเพิ่มความกดดันภายนอกจะทำให้เกิดแรงกดดันต่อเยื่อแก้วหูจนทำให้เกิดอาการปวดและบาดเจ็บต่อเยื่อแก้วหูได้ การปรับความดันช่องหูชั้นกลางจะช่วยให้ความดันภายนอก และความดันภายในหูชั้นกลางสมดุล และไม่เกิดการบีบกด ซึ่งมีหลายวิธีดังนี้

- วิธีปิดปาก ปิดจมูก กลืนน้ำลาย (Pinch the nose and swallow)
- วิธีปิดปาก ปิดจมูก เบ่งลม (คล้ายสั่งน้ำมูกเบาๆ แต่ไม่ให้ลมรั่วออกทางปากและจมูก)
(Pinch the nose Close mouth and exhale like blowing a balloon)
- วิธีกลืนน้ำลาย (Swallow)
- วิธีขยับขากรรไกรขึ้น-ลง (move your jaw side to side)
- วิธีการหาว (Yawn)
- วิธีการจิบน้ำ (Sip water)

 

คลินิกเวชศาสตร์ไฮเปอร์แบริค โรงพยาบาลเทพธารินทร์
อาคาร 1 ชั้น2
Tel: 0-2348-7000 ext. 1211
Email: health@theptarin.com